Feeds:
Posts
Comments

Posts Tagged ‘โชค บูลกุล’

เมื่อวานซืน (วันที่ 16 ก.ค.) ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมเป็นแขก VIP ในห้องประกาศผลรางวัล Power of Innovation Award ที่มีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านบาท

ตอนเดินเข้าไป ด้วยฟาร์มที่เป็นเด็กใหม่ ยังละอ่อนต่อโลกใบนี้นัก เลยไม่เข้าใจว่าเค้าจะแยกแขก VIP ออกจากแขกไม่ VIP ยังไง เลยเดินไปตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ที่คนสวยสวยเขานั่งออกันเยอะเยอะ
พี่พี่ PR เค้าก็ถามพร้อมรอยยิ้มว่า “ให้ช่วยอะไรมั้ยคะ?”
ไอ้ครั้นเราจะตอบไปว่า “ช่วยเลิกสะกดลมหายใจเสียทีเถอะครับ” มันก็จะดูเสี่ยว และอาจจะโดนเขารายงานหัวหน้าได้ เลยไม่เอาดีกว่า
พอบอกว่า “ผมเป็น 1 ใน 100 คนอ่ะครับ ที่ได้เข้างาน”
สาวสาวขำกันใหญ่ อะไรวะ 1 ใน 100 นี่มันขำตรงไหนเนี่ย?
มีน้องคนนึง (เข้าใจว่าน้อง เพราะคนอื่นเค้าก็เรียกน้องคนนี้ว่าน้อง) เอา sticker มาแปะให้พร้อมกับพูดเบาเบาว่า “ขอโทษนะคะ”
พี่พี่ PR แซวกันใหญ่ บอกว่า น้องเค้าอยากแปะผู้ชายมานานแล้ว เล่นเอาหนุ่มกระทงอย่างผมเิขินไปเลยทีเดียว…

เอาล่ะ เลิกไร้สาระเสียที
บรรยากาศในงานก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน มีการเล่นมุกกันบนเวทีอย่างเป็นกันเอง แม้กระทั่งผู้บริหารตอนประกาศผลรางวัลยังขำเลย

บริษัทผมได้รางวัลด้วย! ตอนรู้ข่าวก็รีบโทรไปบอกนายเลย ตื่นเต้นกันใหญ่

ตอนพิธีการบอกว่างานคราวนี้มี Highlight อีกอย่างหนึ่งคือ ได้เชิญเจ้าของธุรกิจที่ทำเรื่องเกี่ยวกับนมมาด้วย ผมก็คิดไปก่อนทันทีเลยว่า ต้องเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี แน่นอน!
แต่ปรากฏว่าเป็นพี่ โชค บูลกุล จากฟาร์มโชคชัยมาพูดเรื่อง Innovation ครับ!
พี่โชคขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มฟาร์มโชคชัยพร้อมพร้อมกับหนี้ 500 ล้านบาท ที่รอวันสะสาง
เขาตัดสินใจขายธุรกิจนมทิ้ง (แบรนด์โชคชัย) แล้วหันมาทำฟาร์มวัวแทน

เขาบอกว่าสิ่งหนึ่งที่เขาโชคดีตอนรับช่วงธุรกิจคือ เขาไม่รู้อะไรเลย และพอเขาไม่รู้อะไรเลย มันก็เลยเกิด “ความไม่กลัว” ขึ้นมา
พี่โชคบอกว่า โลกเปลี่ยน ถ้าเราไม่เปลี่ยนเราก็ก้าวถอยหลัง
คนเราต้องการความเปลี่ยนแปลง และนั่นก็คือคำว่า “สร้างสรรค์” จนในที่สุดก็จะกลายเป็น “นวัตกรรม”
มีคนเคยบอกว่า Innovation = new to the world
แต่ทำอย่างไรถึงจะเกิด Innovation? ถ้าเราไม่ Creativity ถ้าเราไม่ Doing มันก็ไม่ Inno

พี่โชคให้ข้อสังเกตว่า
“บริษัทที่ระบบดี ความคิดสร้างสรรค์จะน้อย ในขณะที่ บริษัทที่เล็กจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่า”
ยกตัวอย่างง่ายง่าย ก็คือ บริษัทยักษ์ใหญ่มีกจะใช้อำนาจทางการเงินฮุบซื้อ “ความคิดสร้างสรรค์” จากบริษัทเล็กเล็กเข้ามารวมกัน
ในขณะที่บริษัทเล็กเล็กนั้น จะได้พลังของ Collaboration มาสร้างนวัตกรรมแทนการใช้เงิน

“เมื่อมีวิกฤต จึงเกิดโอกาส เมื่อได้โอกาส ก็จะเกิดนวัตกรรม”
พี่โชคบอก
“คำว่า ความกดดดัน หรือ Pressure นั้นมีสองประเภท ประเภทแรกคือ Good และอีกประเภทคือ Bad
Good Ideas มักจะมาตอนเราเกิดวิกฤต ดังนั้นจะมองให้วิกฤตเป็นโอกาส”
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ พี่โชคบอกว่า เขาชอบคิดเป็นเด็กเด็ก แต่ทำแบบผู้ใหญ่ คือ Think Kid Act Adult

เขาบอกว่า เวลา Recruit คน ให้ Recruit คนสองประเภท
1. เรียนเก่ง แต่มาเป็นลูกจ้าง
2. เรียนไม่เก่ง แต่สร้างสรรค์ เอามาเป็นเจ้านาย
(พี่เค้ายกตัวอย่าง บิล เกต…)

วิธีคิดแบบเด็กแต่ทำแบบผู้ใหญ่ของเขา อาทิ

  • ทำ Cow Modeling Agency เพื่อคัดเลือกวัวหล่อ-สวย ไปถ่ายแบบ
  • วาง Wifi ทุกจุดในบริเวณ 200 ไร่ของฟาร์มโชคชัย
  • สร้าง Boutique Tent วางไว้ใต้ต้นไม้ (พี่โชคบอกว่า จริงๆ จะมองว่ามันคือเต้นท์ใต้ต้นไม้ธรรมดาๆ ก็ได้ แต่เราทำ High Valued Product โดยการใส่เตียงและอื่นอื่นเข้าไปให้มันดูเหมือนโรงแรม 5 ดาว)
  • Customized Ice Cream => Umm Milk

สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดคือ Customized Ice Crem
ยากมากนะครับที่จะหา Universal Product แบบนี้ได้ เพราะว่า “ไอติม”  แม่ก็กิน พ่อก็กิน ลูกก็กิน เด็กก็กิน ผู้ใหญ่ก็กิน ทุกชาติทุกภาษากินกันหมด
พี่โชคเล่าว่า การที่คุณลูกกับคุณแม่ได้สนุกกับการทำ Ice Cream Workshop ด้วยกันมีข้อดีอยู่ 2 ข้อ

  1. ไอติมที่เหลือไว้ สามารถเอาไปวิเคราะห์ได้ว่า ลูกค้าชอบรสชาดแบบไหน
  2. ทีม R&D เอาไปวิจัยต่อได้

จริงจริงพี่เค้าก็ยังพูดต่ออีกหลายเรื่อง เช่น Limited Product ที่ทำให้ลูกค้าเกิดความเป็น Exclusive บลาบลาบลา..
แต่ด้วยเวลาแค่ 30 นาทีจึงทำให้พูดได้น้อยไปหน่อย เสียดายเหมือนกัน
ยังไงก็ลองหาโอกาสไปเยี่ยมชมฟาร์มโชคชัยกันบ้างนะครับ ตามลิงค์มาเลย

ปล. ตอนนี้อ่าน Group Genius ไปได้ระยะนึงแล้ว ลุง Sawyer เขียนหนังสือโคตรเทพ แถมลุงแกลงทุนในการวิจัยมากมาก นับถือจริงจริง ยังไงจะรีบอ่านแล้วเอามาเล่าให้ฟังครับ!

ด้วยรักและธุรกิจบีบนมวัว
RT.Rising

Read Full Post »