Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘My Life’ Category

Tottenham HotSpur is now one of the qualified team from English Premier League to play in UCL.

ผมไม่เคยเขียน Blog เกี่ยวกับทีมที่ผมชอบเลย (ยกเว้น Entry ที่แล้ว ที่ชอบเสื้อมัน สวยดี)แ
ตั้งแต่ปี 1994 (ตอนที่คริสเตียน โกรส เป็นผจก.ทีม)  — อ่านรายละเอียดได้ที่ Wiki ผมคร้านจะทำ link
สมัยนั้นจำได้แม่มเลยว่า เจอร์เก้น คลินส์มัน ถูกดึงตัวจากลาซามพ์ (ซามพ์โดเรีย ทีมในกัลโช่ ซีเรียอา ในประเทศอิตาลี)  มาเป็นศูนย์หน้าในทีมเล็กๆ อย่างสเปอร์
แต่ก็ไม่ใช้ครั้งแรกที่ “พี่หลาม” กลับสู่ไวท์ฮาร์ทเลน อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้สเปอร์เคยสร้างชื่อกระฉ่อนด้วยสไตล์การรุกที่ตราตรึงใจแฟนบอล ตั้งแต่สมัย คลิ้นส์มัน ดูมิเตสคู บาร์มบี้ แอนเดอร์ตัน เชอร์ริงแฮม แกสคอย ลากยาวไปจนถึงยุค คริส วอดเดิ้ล เกล็น ฮอดเดิ้ล จิมมี่ กริฟ ไคล์ฟ อัลเลน หรือกระทั่ง แกรี่ ลินิเกอร์

สมัยตอนอยู่ชั้นมัธยม ผมรำคาญมากที่เพื่อนในห้องล้วนแต่มี topic คุยกันในวันจันทร์อย่างสม่ำเสมอในเรื่องฟุตบอล ที่ผมไม่รู้จักเลย
ด้วยฟาร์มหงุดหงิด กลับบ้านไป เปิด IBC (สมัยนั้นไม่มี UBC) ดูพรีเมีียร์ลีคคืนวันเสาร์ ดูมันทุกคู่ เพื่อเลือกว่าจะเชียร์ทีมไหนดี
ในใจคิดไว้แล้วว่า  จะไม่เชียร์ทีมใหญ่ๆ เด็ดขาด (อาทิ เช่น แมนยูว์ฮูว์ ลิเวอร์พูว์ อาเซนั่ลลั่นล้า)

ตอนนั้นมี candidate 2 ทีมให้เลือก คือ ลีดส์ และ สเปอร์ (ที่เลือกเพราะชอบชุดขาว)
ปรากฏนัดนั้น สเปอร์แพ้โคเวนทรี่ไป 3-1 หรือไงเนี่ยแหละจำไม่ใคร่จะได้ เลยประทับใจ…. (ประหลาดเนอะ)
แล้วก็เริ่มเชียร์นับแต่นั้นเป็นต้นมา

วันจันทร์ถัดไปมาถึง เพื่อนเดินมาถาม
“เฮ้ย ตกลงมึงรู้ยังว่าจะเป็นสาวกผีอย่างกู หรือหงส์แดงกันแน่วะ”
“กูเชียร์ไก่” ผมตอบอย่างไม่ยี่หระสายตาคาดค้านรอบข้าง
“ืสเปิร์มเนี่ยนะ! แค่ชื่อทีมก็ไม่เป็นมงคลแล้ว!”

นั่นคือเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว
10กว่าปีถัดมา ทีมผมถูกยกระดับให้เป็น สโมสรองค์การโทรศัพท์ เพราะชื่อย่อ TOT เหมือนกัน…
และ Free TV ชอบถ่ายทอดสเปอร์นัดชิงถ้วยลีค คัพ (บางคนเรียกถ้วยนี้ว่า ถ้วยมิคกี้เมาส์ เพราะมันเล็ก ไม่ยิ่งใหญ่ เหมือนได้แล้วงั้นๆ มีสิทธิ์ไปลุย Europa Cup ก็เท่านั้นเอง)
แถมแฟนสเปอร์คงรู้ดีัว่า นัดไหนถ่าย Free TV นัดนั้นสเปอร์จะชอบทำตัวอ่อนเปลี้ยให้เค้าไล่บี้เอาง่ายๆ ถือเป็นของแสลงเลยทีเดียว

2010

ฤดูกาลที่ทุกคนจับตามอง แมนเชสเตอร์ซิตี้ (คนไทยคงรู้จักกันดี) กับแอสตัน วิลล่า ว่าจะขึ้นมาเบียดทีม BIG 4 (Chelsea Man-U Liverpool และ Arsenal) ได้หรือไม่ และ Big 4 รายไหนที่จะเพลี้ยงพล้ำลงไป
ปรากฏว่า….

ไก่ขันนะครัฟ!!!!

แมตช์ที่ 37 นัดชี้ชะตา ระหว่าง Manchester  City กับ Tottenham HotSpur ใครชนะจะได้เป็นผู้เข้าไปเล่นบอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสโมสรยุโรป นั่นคือ UEFA Champions League นั่นเอง
ปีเตอร์ เคร้าช์ สูงหน้าร่างโย่ง โหม่งลูกบอลเข้าไปตุงตาข่า่ย ชนิด มาร์ตัน ฟูลล็อป นายทวาร(ที่ยืมมาจากซันเดอร์แลนด์ และหมอนี่ก็เคยเป็นเด็กไก่มาก่อนเช่นกัน) ไม่สามารถรับได้
และนั่นล่ะครับ….
คือจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์!!!!

GLORY GLORY TOTTENHAM HOTSPUR!!!!!

“จ่าเฉย” Harry Radknapp พ่อมดผู้เสกสร้างตำนานไก่เดือยทองไปลุยยุโรป หลังจากคุมทีมหนีตกชั้นในฤดูกาลที่แล้ว ต่อจาก ฆวนเต้ รามอส ได้เพียง 18 เดือน

สุดท้าย

สะใจโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

Read Full Post »

Special Post: Facebook Tagged (1)

I’ve got tag from ramida at facebook, but I think I will put them here 😀

Let’s Start!

สิ่งที่ต้องทำ:

นี่มันยากกว่าที่เห็นนะ!
ก๊อปปี้คำถามพวกนี้ไปที่โน้ตของคุณ ลบคำตอบฉันออกไปซะ
ใส่คำตอบของคุณเองลงไป และหลังจากนั้นจะแท็กเพื่อนกี่คนก็ได้
ใช้ตัวพยัญชนะแรกของชื่อคุณในการตอบคำถามต่อไปนี้
และต้องตอบเป็นความจริง อย่ามั่ว!
ถ้าคนก่อนหน้าคุณใช้พยัญชนะเดียวกัน คุณต้องตอบให้ไม่เหมือนเดิม
อย่าใช้คำซ้ำ แล้วก็อย่าใส่ชื่อตัวเองลงไปในข้อ 3 หรือ 4 ล่ะ

+++++++++
1. ชื่ออะไร: ภคภัค
2. คำสี่ตัวอักษร: ภาษาไทย (ไม่นับสระ..ใช่มั้ย)
3. ชื่อผู้ชาย: ภาณุพล
4. ชื่อผู้หญิง: ภาณินี
5. อาชีพ: ภาษี (สรรพสามิตร)
6. สี: ภาพถ่ายเก่าๆ (ซีเปีย!)
7. สิ่งที่ใส่ไว้บนร่างกาย: ภูษา
8. อาหาร: ภัตตาหาร (อาหารสำหรับพระภิกษุ 🙂 )
9. ของที่เจอได้ในห้องน้ำ: ภาษาอังกฤษที่ฉลากยาสีฟัน
10. สถานที่: ภูชี้ฟ้า
11. เหตุผลที่มาสาย: ภูผามันชัน ไม่มีรถไฟฟ้าแล่นผ่าน
12. คำที่ตะโกนออกมา: ภัคยู!
13. ชื่อหนัง: ภาพยนต์ (ก็ชื่อหนัง…ไง)
14. เครื่องดื่ม: ภูเขาน้ำแข็งปั่น ราดน้ำเชื่อม
15. วงดนตรี: ภูสมิง หน่อสวรรค์
16. สัตว์: ภุมริน (ผึ้ง 🙂 )
17. ชื่อถนน: ภาษีเจริญ
18. รุ่นรถ: ภาษาอิตาเลี่ยนเขียนว่า Murcielago
19. ชื่อเพลง: ภาพลวงตา by Body Slam
20. คำกริยา: ภาวนา
+++++++++

ไม่ง่ายไม่ยาก
มีเวลาสักนิดก็ลองเล่นดูว่าจะผ่านกันไหม…
กักกักกัก
ทำเสร็จแล้วก็แปะชาวบ้านต่อ
แปะคนส่งด้วย

+++++++++
ตัวอย่างของคนอื่น
+++++++++
1. ชื่ออะไร: แองจี้
2. คำสี่ตัวอักษร: อลวน
3. ชื่อผู้ชาย: โอม
4. ชื่อผู้หญิง: แอม
5. อาชีพ: โอเปอเรเตอร์ (สะกดไงวะ)
6. สี: โอลด์โรส
7. สิ่งที่ใส่ไว้บนร่างกาย: อองเอ้าาาาาาาาาาาา (ทำไม ก็ลิ้นไก่สั้นอ่ะ)
8. อาหาร: อกไก่ทอดกระเทียม (รอดแล้วกุ)
9. ของที่เจอได้ในห้องน้ำ: โอ่ง
10. สถานที่: อาบอบนวด (ก๊าก)
11. เหตุผลที่มาสาย: อ.ก. (อิพิมช่วยยยย หนูป่าวคิดเอง)
12. คำที่ตะโกนออกมา: เอ๊ะ!
13. ชื่อหนัง: องค์บาก
14. เครื่องดื่ม: แอ๊บเปิ้ลสมูตตี้
15. วงดนตรี: ออกัส
16. สัตว์: แอนท์ (แปลว่า มด)
17. ชื่อถนน: อาจณรงค์
18. รุ่นรถ: อี 180 เมอเซเดซ
19. ชื่อเพลง: อยู่ในใจฉัน / friday
20. คำกริยา: โอบกอด
+++++++++
1. ชื่ออะไร: โบโบ้
2. คำสี่ตัวอักษร: บนบก (แปลว่าไม่ได้อยู่ในน้ำ)
3. ชื่อผู้ชาย: บอม
4. ชื่อผู้หญิง: แบม
5. อาชีพ: บื้นๆ (วินมอไซ)
6. สี: บลอนด์
7. สิ่งที่ใส่ไว้บนร่างกาย: บัลเล่ต์ชูส์
8. อาหาร: บิบิมบับ
9. ของที่เจอได้ในห้องน้ำ: บัตรเอทีเอ็ม
10. สถานที่: บ้าน
11. เหตุผลที่มาสาย: บาทาหาย
12. คำที่ตะโกนออกมา: บ๊ะ!
13. ชื่อหนัง: บอร์น อัลติเมตุ้ม (Bourne Ultimatum)
14. เครื่องดื่ม: บาน่ามิลค์เชค (มีมั๊ยวะ)
15. วงดนตรี: บาซู
16. สัตว์: (ลิง)บาบูน
17. ชื่อถนน: บางกะปิ
18. รุ่นรถ: อีแต๋น 1500
19. ชื่อเพลง: บ้านเธอสิ (แอนเดรีย)
20. คำกริยา: แบมือขอตัง
+++++++++

Read Full Post »

My Old Valentine

อาจจะช้าไปเสียหน่อยกับวาเลนไทน์ปีนี้

ปีนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่อยากจะเขียนถึงวาเลนไทน์เมื่อเจ็ดปีที่แล้วดีกว่า ทำไมมันถึงดูพิเศษน่ะเหรอ? ผมคิดว่าจริงจริงมันก็ไม่ได้พิเศษอะไรมากหรอกนะ เพียงแต่ว่า “คนที่จีบ” ตอนนั้นนี่สิ พิเศษ

จำได้แม่นว่า จะซื้อต้นไม้ให้เธอ

ต้นไม่นะครับ ไม่ใช่ดอกไม้

และไม่ใช่ต้นกุหลาบแน่นอน

ต้นนี้ครับ ซื้อที่สนามหลวงสอง

ต้นหัวใจล้านดวง

ภาพจาก http://starbucks.exteen.com/20080203/entry

ไอ้ครั้นจะให้แต่ต้นไม้อย่างเดียว มันก็ดูโหว่งโหว่งแหว่งแหว่งชอบกล ก็เลย…แนบเพลงยาวลงไปด้วยว่า..

ต้น นี้ที่ให้ด้วยใจห่วงหวง
หัวใจ ล้านดวงเรียงร้อยคอยไว้
ล้าน ถ้อยคำนึงคิดถึงตลอดไป
ดวง เดียวไม่ให้ ให้เธอล้านดวง

คนนี้แห้วนะครับ แฮะแฮะ…
RT.Rising (more…)

Read Full Post »

กาลเวลาผ่านไป หากแต่ชีวิตยังต้องดำเนินต่อ

ย่างเข้าหน้าหนาวช่วงสุดท้าย เป็นหน้าหนาวที่ท้าทายมาก เพราะวันไหนที่ใส่เสื้อกันหนา่วแอร์ที่ Office จะเสีย และถ้าวันไหนใส่เสื้อยืดไป วันนั้นเค้าจะล้างแอร์ใหม่ทำให้เย็นยะเยือก

แต่ที่ Office ผมบางคนหนาวยะเยือกกว่านั้น
ต้นเหตุมันมาจาก “ซองสีน้ำตาล” บางบาง ที่วางอยู่เงียบเงียบบนโต๊ะทำงาน
พี่ที่โต๊ะข้างข้างบอกว่า แผนกที่ชั้นสองบางคนถึงกับหายหน้าไปกับปี 2009 ยังไม่มาทำงาน สงสัยเพราะอิทธิพลของไอ้ซองน้ำตาลนั่นแน่นแน่น…

เดชะบุญที่ซองผมไม่มีอะไรที่เปิดออกมาแล้วทำให้ต้องหนีไปกับลมหนาว
นี่ก็ว่าถ้าหนาวนักก็จะถอนโบนัสออกมาเผาำไฟแก้หนาวเล่น ไม่รู้ทำไมได้เยอะเหลือเกิน
(มึคนตะโกน “เอาบัตร ATM กรูคืนมาาา”)

มองย้อนกลับไปในช่วงการดำเนินชีวิตตั้งแต่ต้นปี 2008 ก็อยากรู้เหมือนกันว่าชีวิตเราผ่าน และได้ประสบพบเจอกับอะไรมาบ้าง

1. Once upon a time I used to be a Head Hunter!

Head Hunter หรือ นักล่าค่าหัว เป็นอาชีพที่ท้าทายผมมากมาก เกิดมาเคยแต่โดนเค้า Head hunt แต่ไม่เคยมาเป็นนักล่าเองเลย Head Hunter ที่ดังๆ ในบ้านเราก็มีอยู่เยอะครับ เช่น Adecco, JAC, Kelly, PRTR หรือ พวกไฮโซๆ อย่าง Opus ที่ค่า upfront แพงหูฉู่ฉี่ฉลามทะเลลึก ส่วนผมน่ะเหรอครับ? เปล่า ไม่ได้เข้าอยู่ในบริษัทที่กล่าวมา บริษัทที่ผมทำจะ Specialist ในเรื่องของ Luxury Brand และ FMCG (Fast Movement Consumable Goods) มากกว่า ประสบการณ์ที่ผมต้องไป hunt สาวสาวพนักงานขายตาม Paragon หรือ Emporium มันช่างเป็นอะไรที่ เกิดมาไม่เคยทำมาก่อน ต้องมานั่งสัมพลาด pretty motor show โอ…ชีวิตไม่เคยทำจริงจริง มันทำให้ผมได้รู้ว่า มีอะไรที่แพงกว่า Mac Pro อยู่ อีกเยอะ

(เรื่องชีวิตตอนเป็น Head Hunter ขอยกยอดไว้ก่อนนะครับ เพราะมันยาวมาก)

2. The 4th Job

ผมย้ายงานเมื่อเดือนเมษายน บอกลาเจ้านายเก่าวันปีใหม่ไทย เป็นอะไรที่โหดร้ายมาก เพราะตอนนั้น performance เริ่มเข้าที่ และเริ่มจับจุดอะไรหลายหลายอย่างในแวดวง Fashion Retails ได้ แต่ก็สารภาพกับเขาไปตามตรงว่า ผมโกงภาษีประชา ผมไม่ถนัดงานด้านนี้จริงจริง เจ้านายใจดีมาก ไม่พยายามห้ามด้วยคำพูดที่ว่า “ถ้าน้องไปได้ดี พี่ก็ไม่ควรห้าม” ยังประทับใจ attitude แบบนี้เสมอมานะครับพี่

การย้ายงานครั้งนี้ทำให้ผมต้องย้ายออกมาจากรัชดา ออกมาจากชิดลม ออกมาจากแสงสี และเพื่อนฝูงที่เคยสามารถไปเที่ยวเตร่กันได้ตลอด 24 ชม. ต้องกลับมานั่งประจำที่โต๊ะทำงาน key ข้อมูล เอาใจคนรอบข้างเหมือนเดิมเดิม (aka เลีย) แต่ก็สนุกดีไปอีกแบบ ได้กลับมายังบรรยากาศที่เราคุ้นเคย

3. The Sub-Ordinate

การมีลูกน้องนี่ช่างเป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อน เชื่อมั้ย โตจนป่านนี้แล้วเพิ่งจะมี…
ผมพยายามจะไม่ใช้คำแบ่งชนชั้นวรรณะทางวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน ฯลฯ อย่างทำว่า “ลูกน้อง” แต่ผมจะใช้คำว่า “พี่ น้อง” แทน

ปัจจุบัน น้องคนนึงได้ทำลายความไว้วางใจที่ผมเคยมีให้ไปหมดสิ้นแล้ว ผมคงต้องให้เขาได้เลือกเดินทางที่เขาว่ามันเหมาะสมสำหรับตัวเขาเองต่อไป และผมจะไม่เข้าไปยุ่งกับการทำงานของเขาอีกแล้ว

4. Follow me
twitemperature
twitter เป็นเครื่องเยียวยา (เยียวนะ ไม่ใช่เียี่ยว) ให้กับผมยามเศร้าตรมหมองหม่นฤทัย (หม่นฤทัย chorus)  มันคืออะไร? ก็คงไม่ต้องอธิบายกันมาก เอาเป็นว่ามันเป็นยาแก้เหงา มันเป็นยารักษาโรค มันเป็นศูนย์รวมความบันเทิง และห้องเรียนเพศศึกษา ไปในตัว ใครอยากทราบว่าวันวันผมถกประเด็นเรื่องเพศแบบไหน ก็เชิญ follow @risingtop นะครับ

5. iPhone

img_0001

ผมทำมือถือหายภายในระยะเวลาสองอาทิตย์หลังจากที่ซื้อใหม่ ฉลองงานใหม่ ฉลองหอใหม่ฉลอง อยู่บำ… ไม่ใช่และ คุณพ่อสุดที่รักเลยให้เอา iPhone มาใช้ ถามว่าเปลี่ยนแปลงชีวิตเลยหรือไม่? ก็นับว่าส่วนนึงนะ เพราะผมต้องมานั่งทำฟาร์มรู้จักกับ iTunes ต้องมานั่งแงะมันด้วย SSH ต้องมาคอย Jailbreak มันอีก และต้องขอบคุณเพื่อนใน twitter ที่ช่วยให้ไม่ต้องไปเสียค่าโง่ 800 บาทนะครับ แม่งนั่งทำเอง 2 ชม.ก็เสร็จ ซึ่งผมว่าไอ้ร้านพวกนี้มันก็เอาที่เขาแจกฟรีไปทำนั่นแหละ สบายฉิบหาย

6. สะบายดี ประเทศลาว

ผมได้มีโอกาสไปเยือนประเทศที่น่ารักนี้ 3 วัน 2 คืน เป็นอะไรที่ประทับใจมากมาก ลองตามไปอ่านได้ที่ นี่ นี่ และนี่ และคิดว่าเป็นไปได้ปีนี้ก็จะไปอีกครับ

7. OS X

หลังจากรอมา 3 ปีเต็ม ก็ตัดสินใจว่าจะเอาโบนัสในข้อ 1. มาถอย macbook สักตัวเสียที และแล้วช่วงปลายปี 2008 ก็ได้มีโอกาสได้เห็น ภาพในตำนานภาพนี้

one_more_thing

จำได้ว่านั่งกด refresh รัวรัว เพื่อรอแค่คำว่า New macbook (จริงจริงข่าวมันรั่วมาก่อนนานแล้ว แต่พอเห็นของจริงมันประทับใจกว่า)

8. Rangers

เคยบ่นกับตัวเองเสมอเสมอ ว่า อยากมีเพื่อนสนิททีเป็นผู้หญิง ที่ไม่เป็นแฟน และไม่เป็นกระเทย มาปีนี้ ได้เจอกับสิ่งที่ตนเองต้องการเสียที สมาคมแม่บ้าน rangers เป็นสมาคมที่เอะอะโวยวายเฮฮาบ้าบิ่นและสอนอะไรเราหลายหลายอย่าง เป็นของขวัญประจำปี 2008 เลยก็ว่าได้ ดีใจยิ่งกว่าตอนรู้ว่าตัวเองจะได้มีลูกน้องอีก ก็อยากจะขอบคุณ rangers ทุกสีมา ณ ที่นี้ และขอฝากเนื้อฝากตัวต่อไปอีกหลายหลายปีด้วยครับ

9. Ghibli and Joe Hisaishi

This is a spell for me to cure and purify my lost-soul
Thank you for giving me Totoro, Ponyo and Kiki
Thank you again for giving me a song from the heart and soul

จริงจริงยังมีเรื่องอีกมากมายที่ควรจะจารึกเอาไว้ในรอยทางที่ผ่านมา เช่น ปีนี้เป็นปีที่ได้ดวลเหล้ากับพ่อถึงสามครั้ง คือ วันพ่อ วันสิ้นปี และวันปีใหม่ ผล แพ้ทั้งสามนัดเลย คออ่อนจริงจริงกรู…

ไหนจะเรื่องไปเที่ยวอัมพวาแล้วเจอของเล่นชิ้นใหม่คือหุ่นสังกะสีที่ถูกใจอีก จนตอนนี้บ้าสะสมไปแล้ว

เรื่องราวในฟาร์มทรงจำของเรามันเยอะมาก เยอะจนบางทีก็อยากจะ upload เก็บไว้ใน internet แต่บางเรื่องก็จำไม่ได้ บางเรื่องก็อยากปล่อยมันไป ก็เลยคิดว่าเขียนเอาเท่าที่จะนึกได้ แค่นั้นก็พอ

สวัสดีปีใหม่ครับ
RT.Rising

Read Full Post »

Diary in Lao Vol.3

Day 2 – Afternoon,
10 Nov 2008

ผมหยิบหนังสือพิมพ์ “เวียงจันทน์ใหม่” (ราคาประมาณ 4500 กีบ) ขึ้นมาอ่านเล่นก่อนจะออกไปหาข้าวกลางวันลงท้อง
ช่วงกลางวันเดือน 11 แม้ว่าแสงแดดจะแรงเหมือนบ้านเรา แต่ก็มีลมหนาวพัดเข้ามาตลอดเวลา

From Laos

ผมก้าวขึ้นรถที่ขับโดยไดร์เวอร์ใจดี บุดสะไบ ที่ขับพาพวกเราไปยังร้านก๊วยเตี๋ยวเลื่องชื่อของเวียงจันทน์
(ไม่รู้ว่าดังจริงหรือเปล่า แต่เห็นนักศึกษามาทานที่นี่่เยอะดี)

From Laos
From Laos

ที่นี่ให้ผักเป็นเครื่องเคียงเยอะมาก เหมือนกับเวลาเราไปร้านส้มตำที่อีสาน หรืออาหารปักษ์ใต้บ้านเรา 😀

โดยเฉพาะถั่วงอก
ถั่วงอกของที่นี่จะแยกให้สองจานเลยครับ หนึ่งคือแบบดิบ และสองคือแบบต้ม

From Laos

ต่อไปเรามาดูเนื้อหาในชามกันบ้าง
เนื่องจากร้านนี้นั้นแท้จริงแล้วขึ้นชื่อด้านเส้นก๊วยจั๊บ แต่พี่สาวเจ้าของร้านดันทะเลาะกับน้องสาว เลยเลิกทำไป ผมเลยอดลิ้มรสเส้นที่ว่านี้เลย ตัดใจสั่งเส้นใหญ่น้ำพิเศษไป ปรากฏว่าเส้นใหญ่ของที่นี้นั้นเป็นเหมือนเส้นข้าวซอย คือมันจะออกแนวกลางกลาง ไม่ใหญ่จนเกินไปครับ

From Laos

ผมว่าร้านนี้อร่อยกว่าร้านที่กินเมื่อตอนเช้าครับ แต่คนที่นี่เยอะกว่ามาก โต๊ะแน่นเหมือนก๊วยเตี๋ยวเรือบ้านเราเลย
แต่ที่นี่ เครื่องดืมจำพวก Green Tea จะค่อนข้างแพงนะครับ อย่างชาเขียวบ้านเรา ปรกติขวดละ 20 บาท ที่นี่ปาไปขวดละ 30-40 บาท

From Laos

เวลาประมาณ 5 โมงเย็นก็เห็นพระจันทร์แล้วครับ อากาศในช่วงนี้โคตรหนาว ประมาณ 17 องศาได้ ผมรีเควสให้พี่พาไปหาร้านดื่มเบียร์ดับหนาวริมฝั่งโขงเสียหน่อย

From Laos

นี่ครับ ร้านอาหาร โขงวิว บริหารโดยคนไทย (และราคาแพง) ถือว่าเป็นภัตราตาร 5 ดาวของที่นี่เลยครับ
บรรยากาศ chill มากมาก มองเห็นแสงไฟจากตึกรามบ้านช่องจากริมฝั่งหนองคายบ้านเราด้วย

From Laos

“ฮอดแล้ว” นี่คือ “ถึงแล้ว” นะครับ

From Laos
From Laos

รูปมันห่วยหน่อยนะครับ เพราะผมเอา iPhone ไปถ่าย
ขณะที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ ก็พบกับโต๊ะของท่านทูตพานิชย์เมืองไทยด้วย ก็เลยแนะนำกันไปรอบนึง

From Laos

ที่นี่ผมใช้บริการ Tiger Beer ครับ
สมัยก่อน เบยลาว นั้นเรียกได้ว่า “ครอง” ตลาดของเบียร์ในประเทศลาวได้ทั้งหมดเลย การตลาดไม่มี Segment ให้แข่้ง ต่อมา Tiger กับ ยี่ห้ออื่นอื่น เช่น สิงห์ คารล์สเบิร์ก ถึงได้เข้ามาทำตลาดได้บ้าง แต่ตอนนี้ที่เป็น Brand Fighting กันอยู่คือ Beer Lao กับ Tiger Beer เนี่ยแหละครับ

แต่แปลก เพราะเด็กเชียร์เบียร์ที่นี่กลับเป็น Tiger ซะเยอะแฮะ

กิบเบียร์แล้วไม่สะใจครับ เลยไปต่อกันที่ Cool ร้านเหล้าปั่นบรรยากาศโคตรชิลล์ที่ริมฝั่งโขงกันต่อ

From Laos

ร้านนี้พี่คนไทยที่ร่ำเรียนวิชาค๊อกเทลมาเปิดโดยเฉพาะเลย ตัวร้านออกแบบโดยสถาปนิกจบจากญี่ปุ่นด้วยนะ!
ร้านทำไม่ยากครับ เป็นร้านที่ต่อระแนงไม้ยื่นออกมาที่ริมคลองแคบแคบ มุงด้วยกระเบื้อง ง่ายง่าย เรียบเรียบ ซร้าบมาก
เลยสั่ง Kamikaze มาสองเหยือก ตามด้วย Around The World 1 เหยือก และปิดด้วย Apple Jack สีเขียวอีก 1 แน่นท้องไปหมดเลย ยังไม่รวม ยิน-โทนิก อีก สองแก้ว

From Laos
From Laos

โฉมหน้าบาร์เทนเดอร์

พอหน้าแดงแล้ว ผมเลยนั่งรถกลับโรงแรม เพื่อเตรียมตัวกลับเมืองไทยในวันพรุ่งนี้ โอยเมา…

ด้วยรักและลมหนาวริมฝั่งโขง
RT.Rising

Read Full Post »

Diary at Lao Vol. 1

Day 1

9-Nov-08

ผมไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองตอนประมาณ 6 โมงเย็น
ที่ด่านตรวจฯ เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย พี่ที่ไปด้วยบอกว่า ปรกติแถวจะไม่ยาวขนาดนี้ แต่วันนี้ Lotus หนองคายลดราคา ชาวลาวเลยเดินทางข้ามเข้ามาซื้อของกันเยอะ เชื่อหรือไม่ว่า ราคาสินค้าบริโภคในประเทศลาว แพงกว่าประเทศไทยเกือบเกือบ 20% เลยทีเดียว

From Laos

ผมยืนรอบุดสะไบ ซึ่งเป็น Driver ชาวลาวผู้มีอัธยาศัยดีไปยื่น Passport ที่ด่านฯ พลางคุยกับพี่คนไทยที่ประจำอยู่ที่ลาวเพื่อรอเอกสาร ผมสังเกตเห็นว่า คนลาวชอบวิ่งมาก จากป้อมตรวจเอกสารหนึ่งไปอีกป้อมหนึ่ง ถ้าเป็นคนไทยคงเดิน แต่นี่เค้าวิ่งกันทุกคน ดูเป็นภาพที่น่ารักมาก

ผมควัก iPhone ออกมาถ่ายรูปไปเรื่อยเรื่อย เพราะเอา DSLR ไปเก็บไว้ท้ายรถซึ่งจอดอยู่ค่อนข้างไกล แอบเห็นอีกแล้วว่าสาวลาวคนสวยที่ยืนต่อแถวอยู่ใกล้ใกล้กันเธอใช้ iPhone 3G เสียด้วย

คนลาวมีฐานะนะครับ ทำเป็นเล่นไป ผมเห็นเค้าขับรถกันแต่ละคันนี่ Prado, Benz SLK, Land Cruiser ไปจนกระทั่ง Mini Cooper กันเลยทีเดียว

บุดสะไบ พาผมข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวมาสู่เขตหาดทรายฟอง และเข้าสู่กำแพงนคร ผมไล่มองหาโรงแรมที่จะพัก จนกระทั่งมาเจอ Avalon Hotelซึ่งตั้งอยู่ใกล้ใกล้กับ Night Bazaar และ Center Point ของเวียงจันทน์

From Laos

โรงแรมนี้เจ้าของเป็นคนไทยนะครับ สังเกตจากรถที่จอดอยู่ทะเบียนขอนแก่น

ผมออกเดินตระเวนแถวแถว Center Point เวลาตอนนั้นก็ประมาณเกือบเกือบสามทุ่ม ผมมานั่งกินหอยทอดที่ร้านข้างทาง หน้าตาของหอยทอดก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ แต่ดูต่างจากบ้านเราเล็กน้อย คือ ที่นี่จะเอาถั่วงอกซ่อนไว้ด้านล่าง

From Laos

ราคาจานนี้ก็ 12000 กีบ ตีเป็นเิงินไทยก็ราวๆ 40 บาท

Center Point ที่นี่ไม่เหมือนบ้านเรานะครับ ไม่มีร้านโก้เก๋ intrend ไม่มีคนเดินสวนกันไปมา ที่นี่มีแต่ความเงียบสงบ และบรรยากาศลมหนาวที่อบอุ่นหัวใจ เด็กวัยรุ่นที่นี่ชอบมานั่งกินน้ำเต้าหู้กันครับ

From Laos

แก้วละประมาณ 12 บาท ข้างในใส่วุ้นดำ หรือ เฉาก๊วยบ้านเราลงไปด้วย 😀

หลังจากนั่งดูสาวลาวแถวแถว Center Point จนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ผมก็ย่ำราตรีออกไปที่ร้าน “ขอบใจ…เด้อ”
คำว่า ขอบใจ ที่นี่แปลว่า ขอบคุณ แรกแรกฟังดูห้วนห้วนไม่ชินหู แต่พอกินไปหลายหลายมื้อก็เริ่มชิน และหลงรักมันเข้าให้เสียแล้ว

From Laos

วงดนตรีสดที่ร้าน ขอบใจเด้อ ร้องเพลงฝรั่งได้ชัดมาก และเพราะด้วย

ผมสั่ง “เขยลาว” หรือ Beer Lao ไป 1 เหยือก นั่งกินพอครึ้มครึ้มกับกับแกล้มสองอย่าง กุ้งแซ่น้ำปลา และปลาแซลมอนดิบแล่ โรยด้วยหัวหอม กระเทียม และพริก มีเครื่องเคียงเป็นวาซาบิ และโชยุ มื้อนี้หมดไป 800 บาท หรือ 200000 กีบ

From Laos

เจ้าของร้านเป็นสถาปนิก เลยจัดร้านได้ดูดึงดูดนักท่องเที่ยวดีมาก มีโต๊ะพูลด้วย แต่ผมไม่ได้ไปลองเล่นนะ เล่นไม่ใคร่จะเก่ง

From Laos
From Laos

ที่บาร์ด้านนอกมีทีวีให้ดูด้วย ที่นี่ค่า Cable TV แค่ 50 บาทต่อเดือนเอง ส่วน TV ก็จะเป็นของ UBC เนี่ยแหละครับ ผมเลยได้ดูนัดสเปอร์ชนะแมนซิตี้ด้วย เย้เย้

หลังจากที่ชิลเอ๊าท์อยู่จนห้าทุ่ม ก็เลยกลับโรงแรม เพราะพรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวไปทำงาน พอหัวถึงหมอนก็หลับเลย แต่ก็หลับหลับตื่นตื่น สงสัยเพราะแปลกที่ อากาศริมฝั่งโขงก็เย็นสบายมาก หมอกลงนิดหน่อย ตอนเดินกลับโรงแรม ที่ฟรอนท์เหลือพนักงานอยู่สองคน พอผมเดินเข้าไป ก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า สะบายดี

From Laos

พรุ่งนี้มาต่อตอนสองนะครับ

สะบายดี เวียงจันทน์
RT.Rising

Read Full Post »

Book Fair 2008

สรุป ค่าเสียหาย

Bliss 9 เล่ม 1172 บาท
มติชน มี Dance Dance Dance ของ Murakami ขายเล่มละ 50 เพิ่งจะตัดสินใจซื้อปีนี้
หนังสือเพลง ลด เหลือเล่มละ 140
ซื้อหนังสือ ของ Animag มา 1 เล่ม: Hayao Miyazaki (Studio Ghibli) 145 บาท
หนังสือรหัสคดีสืบสวน เล่มละ 50 (สามเล่ม 100) เลยซัดไป 6 เล่ม ทั้งหมด 200 บาท

รวม 1172+50+140+145+200 = 1707 บาท ( save ไม่ทะลุเป้า 2000 รอดไป )

รูปประกอบ

ของ Bliss ซื้อครบ 1000 ได้กระเป๋าผ้าเทวดาน้อย ข้างในมีการ์ดอวยพร

สรุปการจัดอันดับปีนี้

1. ANITA Pubhishing  (New Entry!!!)
2. สำนักพิมพ์มติชน (ปีที่แล้วไม่ติดอันดับ)
3. Nation (ปีที่แล้ว 5)
4. a day (ปีที่แล้ว 3)
5. สมาคมส่งเสริมไทย-ญี่ปุ่น (New Entry!!!)
6. Bliss (ปีที่แล้ว 1)

ไอ้ตารางที่ท่านเห็นข้างบนคือ ความสวยของพนักงานขายนะครับ ทีหลังจะได้ไม่ต้องไปเดินหากันให้เมื่อย เพราะผมเดินมาให้แ้ล้ว ผมทำเพื่อทุกคนเลยนะเนี่ย!!!!
ส่วนตัวมีอีกที่ที่ชอบคือ i-design มีน้องคนนึงตาแป๋วมากมาก แต่ไม่ได้เดินเข้าไปซื้อ เขาขายการ์ดวันเกิดอะไรซักอย่าง

ส่วนสาวสาว ถ้าจะหาร้านที่มีแต่ผู้ชายขาย ผมแนะนำ สนพ.เคล็ดไทย ครับ!

ปล. ANITA นี่ขายหนังสือ อะไร ฮิสทีเรียๆ ไม่รู้ จำไม่ได้ เพราะไม่ได้ดูหนังสือเลยขอสารภาพ เจ๊แกเล่นขาว และใส่เสื้อเิปิดอกขนาดนั้นนนนนนน

ด้วยรักและ ANITA Publishing
RT.Rising

Read Full Post »

Older Posts »