Feeds:
Posts
Comments

Archive for November, 2008

20th Century Boys
นี่คือ Manga (การ์ตูนภาพ) ของ Urasawa Naoki ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักในบ้านเราตั้งแต่สมัยที่เขาเขียน Monster ซึ่งมีตัวเองเป็นหมอ และพยายามสืบหาความจริงของคดีฆ่ายกครอบครัวโดยมีผู้รอดชีวิตเป็นเด็ก

ภายหลังจาก Monster Urasawa ก็ได้แนะนำให้พวกเราได้รู้จักกับ 20th Century Boys (ชื่อเอามาจากบทเพลงของ T.Rex)
ซึ่งเป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนวัยเด็ก นำทีมโดย “เคนจิ” ที่จินตนาการร่วมกันถึงการก่อการร้ายในวันสิ้นปี 2000 มีทั้งหุ่นยนต์ และอาวุธชีวภาพ โดยที่สุดท้ายแล้ว พวกเคนจิ จะกลายเป็น “ฮีโร่” ที่จะปกป้องโลกจากองค์กรชั่วร้ายนี้

สัญลักษณ์ที่โด่งดังที่สุดจากเรื่องนี้คือ Tomodachi ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “เพื่อน”
เพื่อน ได้นำเอาเรื่องราวที่เคนจิและพรรคพวกได้เขียนลงสมุดภาพเล่มหนึ่ง ที่เรียกว่า “บันทึกคำทำนาย” (yogen no sho) มาทำให้เกิดขึ้นจริง
เคนจิจึงต้องพยายามตามหาให้พบว่า แท้จริงแล้ว ใครกันแน่คือ “เพื่อน” พร้อมพร้อมกับที่จะต้องปกป้องโลกใบนี้ไปด้วย

Version ภาพยนต์ ที่ผมได้ไปดูจากโครงการของ Kapook (ใจดีมากให้เสื้อผมมาด้วย) กำกับโดย Yukihiko Tsutsumiและมีทีมสร้างจาก Deathnote มาช่วย เรียกได้ว่า “ประทับใจ” ผมค่อนข้างมากทีเดียว เนื่องจากการกำกับภาพที่ดูดี และเนื้อเรื่องไม่ได้ทำลายความเป็นการ์ตูนไปมาก เพลงประกอบก็ยอดเยี่ยม แถมด้วยการ Casting ที่หาตัวละครวัยเด็กมาได้เหมือนกับต้นฉบับมากมาก

ถือเป็นการเปิดตัวภาพยนต์ไตรภาคที่ดูแล้วควรจะเสียเงินเพื่อดูให้ครบภาคจริงจริง
ปล.มีฉากในไทยด้วยนะ
ปล.ท่านสามารถอ่าน Review ที่มีประโยชน์กว่านี้ได้ที่ pradt.net

Wiki: http://en.wikipedia.org/wiki/20th_Century_Boys
Picture Source: www.kaskus.us/showthread.php?t=935360

แด่เพื่อน
RT.Rising

Read Full Post »

Day 2
10 Nov 2008

From Laos

ผมตื่นขึ้นมาด้วยเสียงโทรศัพท์จาก Front ด้านล่าง
“สะบายดี มีแขกมารอพบเจ้าอยู่ที่ล็อบบี้”
เสียงผู้ชายเหนียมอาย ค่อยค่อยกล่าว ผมตอบกลับไปว่า “ครับ” แล้วรีบแต่งตัวลงไปทันที วันนี้อากาศที่เวียงจันทน์หนาว และให้ความรู้สึกสดชื่นมากมาก

From Laos

ผมกับพี่นั่งรถไปเพื่อหาอะไรรองท้องมื้อเช้า เนื่องจากตอนเข้า book ที่อาวาลอนผมจองห้องแบบ double แต่ไม่รวมอาหารเช้า

From Laos

มื้อเช้าแรกที่เวียงจันทน์ พี่ที่พามาบอกว่าเป็นร้านเฝอ (ก๊วยเตี๋ยว) ดังของที่นี่ แต่รสชาดจะออกจืด และหวาน ไม่เหมือนบ้านเราที่เน้นเข้ม จัด ดังนั้นข้างข้างเครื่องปรุงรส จึงมีกระปุกใส่ผงชูรสอยู่ด้วย ถ้าท่านไปแล้วนึกว่าน้ำตาล กรุณามอง และดมให้ดีเสียก่อนนะจ๊ะ

From Laos

ผมสั่งเฝอหมูแบบชามใหญ่ (เค้าจะแบ่งเป็น ชามน้อย กับชามใหญ่) ราคา 15พันกีบ หรือ 15,000 กีบ มากิน มีน้ำซุปแยกมาต่างหาก
อาจจะไม่ถูกปากชาวไทยมากนัก แต่ก็ุืถือว่าพอคลุกเคล้ากับน้ำพริกกระเทียมเจียวแล้วอร่อยติดปากดีเหมือนกัน

From Laos

พาหนะที่คนลาวใช้บ่อยคือ ลดจัมโบ้ หรือ รถจัมโบ้
ดูดูแล้วมันก็คือรถตุ๊กตุ๊กบ้านเราเอามาโมดิฟายห์ใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม และจุได้หลายคน

ผมนั่งรถมาจนวนกลับมาละแวกโรงแรมที่พักเพื่อแวะหากาแฟดื่ม จนจ๊ะเอ๋เข้ากับ Joma ที่ @sweetener เคยแนะนำในบล๊อค ว่า ชีสเค้กที่อร่อยที่สุดในโลก อยู่ที่นี่

From Laos
From Laos
From Laos
From Laos
From Laos
From Laos

ผมสั่ง Cappuccino Freeze กับ ชีสเค้กไป แต่เด็กเค้าใส่บลูแบแร่ห์มาด้วย เลยอดกินแบบที่ ระมิดา แนะนำเลย

From Laos
From Laos

ส่วนอันด้านล่างนี้คือ Naniamo ไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกัน ของพี่เค้าสั่งมา ผมชิมแล้วมีฟาร์มรู้สึกว่ามันคือ โอริโอ้ บ้านเรา

From Laos
From Laos
From Laos
From Laos
From Laos

อากาศยามเช้าของที่นี่สดชื่นดีชะมัด
ผู้คนใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใสไปตลอดทาง
แม้รถจะขับพวงมาลัยซ้าย แต่ผมมั่นใจว่า ผมคงขับสบายกว่าอยู่เมืองไทย เพราะคนที่นี่ขับรถกันไม่เร็วเลยครับ

From Laos

แอบเห็นป้ายคุ้นคุ้น

From Laos

สาวลาวผิวสวยมาก ผมแอบถ่ายจากบนรถ แต่ไม่กล้าถ่ายหน้าตรงตรง เพราะสังเกตว่าทะเบียน “ลดจักร” (มอเตอร์ไซค์) ที่ผู้สาวคนนี้นั่งมาด้วยนั้นเป็นทะเบียนทหาร

From Laos
From Laos

และแล้วผมก็เดินทางมาถึง Office ที่ลาว ที่นี่ผมจะต้องมาวางระบบ HR และสำรวจสภาพความเป็นไปของพนักงาน Local และ Expat รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวของกับกฎหมายแรงงานของลาว และภาษีเงินได้ด้วย

ขอจบ Vol.2 ไว้เพียงเท่านี้ก่อน ไว้พรุ่งนี้มาต่อกันนะครับ

สายลมหนาวจงพัดความสุขมาแด่ท่าน
RT.Rising

Read Full Post »

Diary at Lao Vol. 1

Day 1

9-Nov-08

ผมไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองตอนประมาณ 6 โมงเย็น
ที่ด่านตรวจฯ เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย พี่ที่ไปด้วยบอกว่า ปรกติแถวจะไม่ยาวขนาดนี้ แต่วันนี้ Lotus หนองคายลดราคา ชาวลาวเลยเดินทางข้ามเข้ามาซื้อของกันเยอะ เชื่อหรือไม่ว่า ราคาสินค้าบริโภคในประเทศลาว แพงกว่าประเทศไทยเกือบเกือบ 20% เลยทีเดียว

From Laos

ผมยืนรอบุดสะไบ ซึ่งเป็น Driver ชาวลาวผู้มีอัธยาศัยดีไปยื่น Passport ที่ด่านฯ พลางคุยกับพี่คนไทยที่ประจำอยู่ที่ลาวเพื่อรอเอกสาร ผมสังเกตเห็นว่า คนลาวชอบวิ่งมาก จากป้อมตรวจเอกสารหนึ่งไปอีกป้อมหนึ่ง ถ้าเป็นคนไทยคงเดิน แต่นี่เค้าวิ่งกันทุกคน ดูเป็นภาพที่น่ารักมาก

ผมควัก iPhone ออกมาถ่ายรูปไปเรื่อยเรื่อย เพราะเอา DSLR ไปเก็บไว้ท้ายรถซึ่งจอดอยู่ค่อนข้างไกล แอบเห็นอีกแล้วว่าสาวลาวคนสวยที่ยืนต่อแถวอยู่ใกล้ใกล้กันเธอใช้ iPhone 3G เสียด้วย

คนลาวมีฐานะนะครับ ทำเป็นเล่นไป ผมเห็นเค้าขับรถกันแต่ละคันนี่ Prado, Benz SLK, Land Cruiser ไปจนกระทั่ง Mini Cooper กันเลยทีเดียว

บุดสะไบ พาผมข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวมาสู่เขตหาดทรายฟอง และเข้าสู่กำแพงนคร ผมไล่มองหาโรงแรมที่จะพัก จนกระทั่งมาเจอ Avalon Hotelซึ่งตั้งอยู่ใกล้ใกล้กับ Night Bazaar และ Center Point ของเวียงจันทน์

From Laos

โรงแรมนี้เจ้าของเป็นคนไทยนะครับ สังเกตจากรถที่จอดอยู่ทะเบียนขอนแก่น

ผมออกเดินตระเวนแถวแถว Center Point เวลาตอนนั้นก็ประมาณเกือบเกือบสามทุ่ม ผมมานั่งกินหอยทอดที่ร้านข้างทาง หน้าตาของหอยทอดก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ แต่ดูต่างจากบ้านเราเล็กน้อย คือ ที่นี่จะเอาถั่วงอกซ่อนไว้ด้านล่าง

From Laos

ราคาจานนี้ก็ 12000 กีบ ตีเป็นเิงินไทยก็ราวๆ 40 บาท

Center Point ที่นี่ไม่เหมือนบ้านเรานะครับ ไม่มีร้านโก้เก๋ intrend ไม่มีคนเดินสวนกันไปมา ที่นี่มีแต่ความเงียบสงบ และบรรยากาศลมหนาวที่อบอุ่นหัวใจ เด็กวัยรุ่นที่นี่ชอบมานั่งกินน้ำเต้าหู้กันครับ

From Laos

แก้วละประมาณ 12 บาท ข้างในใส่วุ้นดำ หรือ เฉาก๊วยบ้านเราลงไปด้วย 😀

หลังจากนั่งดูสาวลาวแถวแถว Center Point จนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ผมก็ย่ำราตรีออกไปที่ร้าน “ขอบใจ…เด้อ”
คำว่า ขอบใจ ที่นี่แปลว่า ขอบคุณ แรกแรกฟังดูห้วนห้วนไม่ชินหู แต่พอกินไปหลายหลายมื้อก็เริ่มชิน และหลงรักมันเข้าให้เสียแล้ว

From Laos

วงดนตรีสดที่ร้าน ขอบใจเด้อ ร้องเพลงฝรั่งได้ชัดมาก และเพราะด้วย

ผมสั่ง “เขยลาว” หรือ Beer Lao ไป 1 เหยือก นั่งกินพอครึ้มครึ้มกับกับแกล้มสองอย่าง กุ้งแซ่น้ำปลา และปลาแซลมอนดิบแล่ โรยด้วยหัวหอม กระเทียม และพริก มีเครื่องเคียงเป็นวาซาบิ และโชยุ มื้อนี้หมดไป 800 บาท หรือ 200000 กีบ

From Laos

เจ้าของร้านเป็นสถาปนิก เลยจัดร้านได้ดูดึงดูดนักท่องเที่ยวดีมาก มีโต๊ะพูลด้วย แต่ผมไม่ได้ไปลองเล่นนะ เล่นไม่ใคร่จะเก่ง

From Laos
From Laos

ที่บาร์ด้านนอกมีทีวีให้ดูด้วย ที่นี่ค่า Cable TV แค่ 50 บาทต่อเดือนเอง ส่วน TV ก็จะเป็นของ UBC เนี่ยแหละครับ ผมเลยได้ดูนัดสเปอร์ชนะแมนซิตี้ด้วย เย้เย้

หลังจากที่ชิลเอ๊าท์อยู่จนห้าทุ่ม ก็เลยกลับโรงแรม เพราะพรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวไปทำงาน พอหัวถึงหมอนก็หลับเลย แต่ก็หลับหลับตื่นตื่น สงสัยเพราะแปลกที่ อากาศริมฝั่งโขงก็เย็นสบายมาก หมอกลงนิดหน่อย ตอนเดินกลับโรงแรม ที่ฟรอนท์เหลือพนักงานอยู่สองคน พอผมเดินเข้าไป ก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า สะบายดี

From Laos

พรุ่งนี้มาต่อตอนสองนะครับ

สะบายดี เวียงจันทน์
RT.Rising

Read Full Post »