ผมกล้าบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า
ไม่มีอะไรแคลสสิคไปกว่าการใช้ไวท์บอร์ดเขียนสิ่งที่ต้องทำลงไป
การเขียนไวท์บอร์ดเพื่อกันลืม หรือที่ฝรั่งเค้าชอบเรียกว่า Things to do, To do หรือ Getting things done นั้น ในเมืองไทยมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมไม่ใคร่จะทราบได้ แต่ตัวผมเองเห็นวิวัฒนาการของมันมาตั้งแต่เด็กเด็ก
ในช่วงแรก มันมาในรูปแบบของที่จดเบอร์โทรร้านก๊าสสสสสสซ์(ทำเสียงให้คล้ายๆ ก็อดซิลล่าเวลาออกเสียง – ไหนลองอีกทีสิครับ กร๊าซซซซซซ)
อีกทั้งมันยังยกระดับตัวเองให้เป็นกระดานจดหวย และจดเอาไว้ว่าวันไหนต้องไปงานเลี้ยงโต๊ะจีนบ้านไหน ช่วยไปกี่บาท ราวกับว่ามันเอาไปลดหย่อนภาษีได้!
ช่วงต่อมา มันถูกย้ายจากอุตสาหกรรมครัวเรือนไปยังโรงเรียน
เนื่องจากคุณครูหลายท่านเบื่อหน่ายกับการดมฝุ่นชอล์ค
และเด็กเองก็เบื่อหน่ายที่จะต้องคอยแบ่งเวรแบ่งกรรมกันออกไปตบแปรงลบกระดาน
สมัยก่อนนั้น ถ้าใครไม่เคยได้เวรตบแปรงลบกระดาน เรียกได้ว่า ได้ข้ามช่วงชีวิตในวัยรุ่นไปอย่างสิ้นเชิง!
หลังจากที่ตัวมันเองได้ก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และผลิตจำนวนมาก
มันก็เคลื่อนตัวเองเข้าสู่ห้องประชุม ห้องวางกลยุทธ์ วอร์รูม เลิฟโฮเต็ล เอ่อ อันหลังไม่น่าจะมี…
มันกลายสภาพตัวเองจากกระดานไวท์บอร์ดอันเล็กเล็ก เป็นกระดานไวท์บอร์ดยุทธศาสตร์อันใหญ่ใหญ่ ที่ผู้คนพากันเขียนความคิดอะไรต่อมิอะไรลงไปในตัวมัน
ความรุ่งเรืองของมันยังไม่หยุดเพียงเท่านี้
เมื่อยักษ์คิ้วใหญ่แห่งวงการ search engine อย่าง Google ได้พามันไปวางตระหง่านที่ห้องประุชุม เพื่อให้พนักงานทุกคนหมุนเวียนมาเขียน ideas ของตัวเองลงไป และให้คนอื่นสามารถเข้ามาเขียนต่อยอด หรือ หาบทสรุปของปัญหาันั้นนั้นได้
และบัดนี้ ผมนำมันมาวางไว้อย่างสง่างามข้างข้างตัวผมแล้วครับ
ด้วยรัก และแม่เหล็กติดตู้เย็น
RT.Rising





